|
เรื่อง :
ชื่อไวรัสบอกอะไรได้บ้าง
เรียบเรียงโดย : กิติศักดิ์ จิรวรรณกูล และ มนัชยา ชมธวัช
ที่มา : ThaiCERT: Thai Computer Emergency Response Team ศูนย์ประสานงานการรักษาความปลอดภัยคอมพิวเตอร์ ประเทศไทย
เผยแพร่เมื่อ : 27 กุมภาพันธ์ 2546
เคยสงสัยกันบ้างไหมว่าชื่อของไวรัสที่เห็นทั่วไปนั้นมีความหมายว่าอย่างไร
ทำไมบริษัทที่พัฒนาโปรแกรมป้องกันไวรัสจึงตั้งชื่อแตกต่างกันไป ทั้งๆ
ที่ไวรัสที่ค้นพบนั้นเป็นตัวเดียวกัน
อย่างไรก็ตามแม้ว่าชื่อจะเขียนไม่เหมือนกันทุกตัวอักษร
แต่ความหมายที่แปลได้จากชื่อนั้นเหมือนกัน ตัวอย่างเช่น W32.Klez.h@mm W32/Klez.h@MM
WORM_KLEZ.H I-Worm.Klez.h เป็นต้น บทความนี้จะอธิบายถึงส่วนต่างๆ
ของชื่อไวรัส เพื่อทำให้ผู้อ่านสามารถจำแนกแยกแยะประเภทของไวรัสจากชื่อของไวรัส
ความสามารถเด่นๆ ตลอดจนวิธีการแพร่กระจายตัวของไวรัสได้
ส่วนประกอบของชื่อไวรัสนั้นแบ่งได้เป็นส่วนๆ
ดังนี้

รูปที่ 1
แสดงส่วนประกอบต่างๆของชื่อไวรัส
1. ส่วนแรกแสดงชื่อตระกูลของไวรัส
(Family_Names) ส่วนใหญ่จะตั้งตามชนิดของปัญหาที่ไวรัสก่อขึ้น
หรือภาษาที่ใช้ในการพัฒนา เช่น เป็นม้าโทรจัน ถูกพัฒนาด้วย Visual Basic scripts
หรือเป็นไวรัสที่รันบนระบบปฏิบัติการวินโดวส์ 32 บิต เป็นต้น
ซึ่งชื่อของตระกูลของไวรัสที่ค้นพบในปัจจุบันดังตารางที่ 1
| Family_Names |
ความหมาย |
| WM |
ไวรัสที่เป็นมาโครของโปรแกรม Word |
| W97M |
ไวรัสที่เป็นมาโครของโปรแกรม Word 97 |
| XM |
ไวรัสที่เป็นมาโครของโปรแกรม Excel |
| X97M |
ไวรัสที่เป็นมาโครของโปรแกรม Excel 97 |
| W95 |
ไวรัสที่มีผลกระทบกับระบบปฏิบัติการวินโดวส์ 95 |
| W32/Win32 |
ไวรัสที่มีผลกระทบกับระบบปฏิบัติการวินโดวส์ 32
บิต |
| WNT |
ไวรัสที่มีผลกระทบกับระบบปฏิบัติการวินโดวส์ NT 32
บิต |
| I-Worm/Worm |
หนอนอินเทอร์เน็ต |
| Trojan/Troj |
ม้าโทรจัน |
| VBS |
ไวรัสที่ถูกพัฒนาด้วย
Visual Basic Script |
| AOL |
ม้าโทรจัน America
Online |
| PWSTEAL |
ม้าโทรจันที่มีความสามารถในการขโมยรหัสผ่าน |
| Java |
ไวรัสที่ถูกพัฒนาด้วยภาษาจาวา |
| Linux |
ไวรัสที่มีผลกระทบกับระบบปฏิบัติการลินุกซ์ |
| Palm |
ไวรัสที่มีผลกระทบกับระบบปฏิบัติการ Palm OS |
| Backdoor |
เปิดช่องให้ผู้บุกรุกเข้าถึงเครื่องได้ |
| HILLW |
บ่งบอกว่าไวรัสถูกคอมไพล์ด้วยภาษาระดับสูง |
ตารางที่ 1
แสดงรายชื่อตระกูลของไวรัส
2. ส่วนชื่อของไวรัส (Group_Name)
เป็นชื่อดั้งเดิมที่ผู้เขียนไวรัสเป็นคนตั้ง โดยปกติจะถูกแทรกไว้อยู่ในโค้ดของไวรัส
และในส่วนนี้เองจะเอามาเรียกชื่อไวรัสเปรียบเสมือนเรียกชื่อเล่น ตัวอย่างเช่น
ชื่อของไวรัสคือ W32.Klez.h@mm และจะถูกเรียกว่า
Klez.h เพื่อให้สั้นและกระชับขึ้น
3. ส่วนของ Variant
รายละเอียดส่วนนี้จะบอกว่าสายพันธุ์ของไวรัสชนิดนั้นๆ
มีการปรับปรุงสายพันธุ์จนมีความสามารถต่างจากสายพันธุ์เดิมที่มีอยู่ variant มี 2
ลักษณะคือ
- Major_Variants จะตามหลังส่วนชื่อของไวรัส
เพื่อบ่งบอกว่ามีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน เช่นหนอนชื่อ VBS.LoveLetter.A (A เป็น Major_Variant) แตกต่างจาก
VBS.LoveLetter อย่างชัดเจน
- Minor_Variants
ใช้บ่งบอกในกรณีที่แตกต่างกันนิดหน่อย ในบางครั้ง Minor_Variant
เป็นตัวเลขที่บอกขนาดไฟล์ของไวรัส ตัวอย่างเช่น W32.Funlove.4099 หนอนชนิดนี้มีขนาด 4099 KB.
4. ส่วนท้าย (Tail)
เป็นส่วนที่จะบอกว่าวิธีการแพร่กระจาย ประกอบด้วย
- @M หรือ @m บอกให้รู้ว่าไวรัสหรือหนอนชนิดนี้เป็น
"mailer" ที่จะส่งตัวเองผ่านทางอี-เมล์เมื่อผู้ใช้ส่งอี-เมล์เท่านั้น
- @MM หรือ @mm
บอกให้รู้ว่าไวรัสหรือหนอนชนิดนี้เป็น "mass-mailer"
ที่จะส่งตัวเองผ่านทุกอี-เมล์แอดเดรสที่อยู่ในเมล์บอกซ์
ตัวอย่าง W32.HILLW.Lovgate.C@mm แสดงว่า
- อยู่ในตระกูลที่มีผลต่อระบบปฏิบัติการวินโดวส์ 32
บิต และถูกคอมไพล์ด้วยภาษาระดับสูง
- ชื่อของไวรัสคือ Lovgate
- ที่มี variant คือ C
- มีความสามารถในการแพร่กระจายผ่านทางอี-เมล์โดยส่งไปยังทุกอี-เมล์แอดเดรสที่อยู่ในเมล์บอกซ์
จากส่วนประกอบของชื่อไวรัสที่ได้อธิบายไว้ข้างต้น
จะเห็นได้ว่าชื่อของไวรัสนั้นสามารถบอกถึงประเภทของไวรัส
ชื่อดั้งเดิมของไวรัสที่ผู้เขียนไวรัสเป็นคนตั้ง สายพันธุ์ต่างๆ
ของไวรัสที่ถูกพัฒนาต่อไป และวิธีการแพร่กระจายตัวของไวรัสเองด้วย
อ้างอิง
|